Home แคทตาล๊อค การศึกษา มข.จัดประชุม การพัฒนาระบบข้อมูลภูมิคุ้มกัน เตรียม MOU เอกชนร่วมสร้าง passport วัคซีน

มข.จัดประชุม การพัฒนาระบบข้อมูลภูมิคุ้มกัน เตรียม MOU เอกชนร่วมสร้าง passport วัคซีน

32
0

รองศาสตราจารย์ชาญชัย  พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวต่อการประชุมเรื่องการพัฒนาระบบข้อมูลภูมิคุ้มกันและหนังสือเดินทางสุขภาพด้วยเทคโนโลยีบล็อกเซน (Immunization Information System and Blockchain-based Health Immunity Passport) ว่า  การประชุมหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลรูปแบบแผนงานการพัฒนาระบบข้อมูลภูมิคุ้มกันและหนังสือเดินทางสุขภาพด้วยเทคโนโลยีบล็อกเซน รวมไปถึงการหาแนวทางความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย เพื่อนำไปสู่การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกัน โดยการดำเนินการของระบบข้อมูลภูมิคุ้มกันและหนังสือเดินทาง

สุขภาพ จะเชื่อมโยงกับด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว รวมไปถึงการเปิดประเทศ ซึ่งสถานการณ์โควิด-19 มีส่วนอย่างยิ่งที่เร่งให้การดำเนินการเรื่องนี้เกิดขึ้นโดยเร็ว

“ในการจัดการโครงการนี้จะมีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นคณะทำงานหลัก โดยตั้งคณะทำงานมาชุดหนึ่งมีอธิการบดี รองอธิการบดีฝ่ายทรัพยากรบุคคล เป็นที่ปรึกษา ต่อจากนั้นจะลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันในลำดับถัดไป”

ทั้งนี้แผนการพัฒนาระบบข้อมูลภูมิคุ้มกันฯ แบ่งเป็นทั้งหมด 2 ระยะหลัก ระยะที่ 1 เป็นการพัฒนาระบบข้อมูลภูมิคุ้มกันฯ เพื่อใช้ในบุคลากรทางการแพทย์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ระยะที่ 2 ขยายระบบข้อมูลภูมิคุ้มกันฯ เพื่อใช้สำหรับบุคลากรทั้งหมดของมหาวิทยาลัยขอนแก่น อย่างไรก็ตาม ระบบข้อมูลภูมิคุ้มกันฯ เมื่อพัฒนาเสร็จสมบูรณ์แล้วสามารถขยายผลเพื่อใช้สำหรับนักศึกษาและประชาชนทั่วไปได้

                ด้านนายแพทย์ธนภพ ณ นครพนม นักวิชาการด้านสารสนเทศสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวถึงระบบข้อมูลภูมิคุ้มกันฯ ว่า เป็นระบบดิจิทัลที่ต้องการพัฒนาให้บุคลากรมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยระบบจะบันทึก จัดเก็บ และตรวจสอบข้อมูลการให้วัคซีน ซึ่งจะมีประโยชน์กับทั้งผู้ได้รับวัคซีนและผู้ให้บริการวัคซีน โดยมีฟังก์ชันการทำงานที่สำคัญ อาทิ

1) ระบบจัดเก็บและบันทึกข้อมูลของภูมิคุมกัน โดยสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทั้งผู้ได้รับวัคซีนและผู้ให้บริการวัคซีน

2) ระบบช่วยวิเคราะห์ประเภทวัคซีนที่จำเป็นและเหมาะสมรายบุคคล โดยพิจารณาจากข้อมูลของผู้รับวัคซีน เช่น วัคซีนที่จำเป็นสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสสารคัดหลั่งที่อาจก่อให้เกิดโรคติดเชื้อ รวมไปถึงการแจ้งเตือนการรับวัคซีน วันและเวลาในการรับวัคซีนครั้งถัดไป

3) ระบบออกใบรับรองการได้รับวัคซีน (vaccination certificate)

4) ระบบติดตามเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังการได้รับวัคซีน

5) การให้ความรู้เกี่ยวกับวัคซีน เช่น ความเสี่ยงและประโยชน์ของการรับวัคซีน

ระบบข้อมูลภูมิคุ้มกันฯ นี้จะพัฒนาโดยอ้างอิงแนวทางขององค์การอนามัยโลก Centers for Disease Control and Prevention ประเทศสหรัฐอเมริกา และ European Centre for Disease Prevention and Control สหภาพยุโรป และพัฒนาบนมาตรฐานข้อมูลสุขภาพ HL7 FHIR มาตรฐาน W3C Verifiable Credential

/////////////////////////////////////////

ข่าว/ภาพ  : รวิพร สายแสนทอง /ณัฐพงษ์ ชำนาญเอื้อ