หน้าแรก แคตตาล็อก สุขภาพ “ก้างปลาติดคอ” เรื่องเล็กที่ไม่เล็ก ปล่อยไว้นาน อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน ติดเชื้อเป็นหนองได้

“ก้างปลาติดคอ” เรื่องเล็กที่ไม่เล็ก ปล่อยไว้นาน อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน ติดเชื้อเป็นหนองได้

327
Sore throat. Caused by dry air without moisture. Asians use their hands to touch the neck. Health care and medical concepts

ก้างปลาติดคอ เป็นประสบการณ์อันแสนเจ็บปวดที่อาจเกิดขึ้นได้กับผู้ที่รับประทานปลา  และหากใครที่เคยเจอประสบการณ์นี้  อาจจะเข็ดกับการรับประทานปลาไปอีกนาน เพราะมันทั้งเจ็บคอและสร้างความทรมาณอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว  อาการก้างปลาติดคอนั้น  ถือว่าไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ อาจเกิดอันตรายถึงขั้นเป็นแผลบริเวณหลอดอาหารหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ติดเชื้อ เป็นหนองลามเข้าไปในคอ หรือลามเข้าไปในช่องอกได้

มีข้อมูลที่น่าสนใจจาก โรงพยาบาลวิรัชศิลป์ จังหวัดชุมพร  โรงพยาบาลในเครือ พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ โดยเปิดเผยจาก นายแพทย์ปวิชญ์ วิรัชศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิรัชศิลป์ จังหวัดชุมพร  เกี่ยวกับเคสก้างปลาและเคสวัตถุแปลกปลอมติดคอ เป็นสถิติในปี 2562 พบว่า เฉลี่ยแล้วพบเคสดังกล่าวกว่า 144 เคสต่อปี หรือเฉลี่ยสัปดาห์ละประมาณ 3 – 4 เคสเลยทีเดียว

 

อาการเมื่อมีก้างปลาติดคอ

เมื่อก้างปลาติดคอ  ส่วนใหญ่มักจะมีอาการ เจ็บจี๊ดเฉียบพลัน  กลืนน้ำลายแล้วเจ็บ  รวมทั้งสามารถบอกตำแหน่งได้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่บริเวณใด

 

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น

สำหรับวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น  สามารถดื่มน้ำแล้วกลั้วคอแรง ๆ  หากเป็นก้างปลาขนาดเล็ก จะ

สามารถหลุดออกเองได้  แต่หากยังไม่หลุด  ควรมาพบแพทย์ทันที

 

ความเชื่อผิด ๆ เมื่อมีก้างปลาติดคอ

หลายคนคงเคยได้ยิน ความเชื่อและสารพัดวิธีการปฏิบัติหากมีก้างปลาติดคอ ไม่ว่าจะเป็น การปั้นข้าวเหนียว การรับประทานกล้วย หรือมาร์ชเมลโล  แล้วกลืนเพื่อดันก้างปลาให้หลุด หรือการใช้นิ้วล้วงคอ นับว่าเป็นความเชื่อและวิธีการที่ผิด เพราะในความเป็นจริงแล้วก้างปลาที่ใหญ่จะไม่สามารถหลุดออกได้ และการรับประทานอาหารดังกล่าวลงไป  หรือแม้แต่การใช้นิ้วล้วงคอ อาจดันให้ก้างปลาติดลงไปลึกกว่าเดิมและทำให้เกิดแผลอีกด้วย

นอกจากนี้ ความเชื่อว่าการดื่มน้ำมะนาวแล้วจะทำให้ก้างปลาอ่อนนุ่มลง  ก็ไม่เป็นความจริง เพราะน้ำมะนาวไม่สามารถทำให้ก้างปลาละลายและหลุดหายไปเองได้  และยิ่งดื่มน้ำมะนาวในปริมาณมาก อาจทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหารอีกด้วย

 

การรักษาด้วยวิธีการส่องกล้อง หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ 

สำหรับแนวทางการตรวจและรักษาเมื่อมีอาการก้างปลาติดคอนั้น  แพทย์จะทำการซักประวัติก่อนว่า ทานปลาชนิดใด  และก้างปลาติดคอมานานแค่ไหนแล้ว  มีอาการเจ็บที่บริเวณตำแหน่งไหนบ้าง  โดยการตรวจเบื้องต้นจะใช้ไฟฉายคาดบริเวณศีรษะ  ใช้ไหมกดลิ้น เพื่อหาเศษก้างปลาในบริเวณที่มักพบบ่อย ๆ

กรณีเคสที่หาก้างปลาไม่เจอ หรือเคสที่ก้างปลาติดในตำแหน่งลึก  อาจจำเป็นต้องใช้กล้องขนาดเล็ก ส่องผ่านเข้าทางจมูกลงไปในบริเวณลำคอ  หรือใช้ฟิล์มเอกซเรย์ เพื่อช่วยให้มองเห็นตำแหน่งที่แน่ชัดและใช้ที่คีบ ทำการคีบก้างปลาออกมา   และหากใช้วิธีดังกล่าวแล้วยังหาไม่เจอ  แต่ยังมีอาการเจ็บมาก  หรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ อาจต้องทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)  เพื่อรักษาต่อไป

ปัจจุบัน โรงพยาบาลวิรัชศิลป์ จ.ชุมพร มีบริการนำก้างปลาติดคอออกให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย  ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2563 ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว  เป็นส่วนหนึ่งในโครงการแพทย์ผู้ให้  เพื่อร่วมสร้างสังคมและชุมชนแห่งการให้อย่างแท้จริง   

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพอื่น ๆ สามารถขอคำปรึกษาจาก ทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด  ได้ทั้ง แห่ง ใน จังหวัด ได้แก่ โรงพยาบาล พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ  จังหวัดสมุทรปราการ  โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 1  และโรงพยาบาล พริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 จังหวัดนครสวรรค์ โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี โรงพยาบาลพิษณุเวช จังหวัดพิษณุโลก โรงพยาบาลพิษณุเวช อุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์   โรงพยาบาลพิษณุเวช พิจิตร จังหวัดพิจิตร โรงพยาบาล ศิริเวชลำพูน จังหวัดลำพูน  และโรงพยาบาลวิรัชศิลป์ จังหวัดชุมพร  และสามารถติดตามสาระดี ๆ เกี่ยวกับการแพทย์ได้ที่เฟซบุ๊ก : Principal Healthcare Company