Home แคทตาล๊อค ไอที-สื่อสาร ผลวิจัยใหม่นำเสนอโปรแกรมการลงทุนเพื่อขอสัญชาติสำหรับผู้มั่งคั่งที่ต้องการความมั่นคงด้านสุขภาพ

ผลวิจัยใหม่นำเสนอโปรแกรมการลงทุนเพื่อขอสัญชาติสำหรับผู้มั่งคั่งที่ต้องการความมั่นคงด้านสุขภาพ

1497
0

โปรแกรมการลงทุนเพื่อขอสัญชาติและสิทธิ์พำนักอาศัยกำลังเป็นที่ต้องการมากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เนื่องจากเป็นวิธีการก้าวข้ามข้อจำกัดและความเสี่ยงจากการมีสัญชาติเดียวและพำนักได้ในประเทศเดียวท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ด้วยเหตุนี้ Deep Knowledge Analytics และ Henley & Partners ได้เผยแพร่รายงานการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพของโปรแกรมการลงทุนเพื่อขอสัญชาติ (Investment Migration Programs Health Risk Assessment) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์และจัดอันดับผลงานของประเทศที่มีโปรแกรมการลงทุนเพื่อขอสัญชาติในช่วงที่เกิดโรคระบาดทั่วโลก และแนวโน้มของประเทศเหล่านี้ในการเป็นโอเอซิสระยะยาวในอนาคต

รายงานนี้ใช้การวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ เครื่องมืออินเทอร์แอคทีฟ และข้อมูลเชิงลึกในการพิจารณากว่า 4,000 ข้อมูล และ 140 ตัวแปร เพื่อประเมิน 31 ประเทศที่นำเสนอโปรแกรมการลงทุนเพื่อขอสัญชาติในการดึงดูดเงินทุนจากต่างชาติ ว่าจัดการกับวิกฤตสุขภาพและเศรษฐกิจอันเป็นผลพวงมาจากโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน

Dr. Juerg Steffen ซีอีโอของ Henley & Partners กล่าวว่า นี่คือแหล่งข้อมูลที่มีค่าสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาโปรแกรมการลงทุนเพื่อขอสัญชาติ เพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดและบรรเทาความเสี่ยงในแง่ของการพำนักอาศัย การทำงาน การศึกษา และการลงทุน “ความสับสนวุ่นวายและอุปสรรคที่เกิดขึ้นทั่วโลกตลอดปีที่ผ่านมา ส่งผลให้การเข้าถึงความมั่นคงด้านสุขภาพกลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสำคัญ”

]Dmitry Kaminskiy ผู้ร่วมก่อตั้ง Deep Knowledge Group กล่าวว่า “สุขภาพคือความมั่งคั่งรูปแบบใหม่” ที่มีความสำคัญมากขึ้นอย่างมหาศาลในชุมชนการลงทุนทั่วโลก “ความคิดที่ว่าสุขภาพคือสิ่งที่มีค่าสูงสุดยิ่งกว่าทรัพย์สมบัติ จะทำให้หลายประเทศหันมาโปรโมทโปรแกรมการลงทุนเพื่อขอสัญชาติและสิทธิ์พำนักอาศัยทั้งสำหรับบุคคลและสถาบันโดยให้ความสำคัญกับสุขภาพที่ดีมากกว่าเรื่องเงิน”

รายงานระบุว่า ในบรรดาประเทศที่มีโปรแกรมการลงทุนเพื่อขอสัญชาตินั้น แคนาดาเป็นประเทศที่ทำผลงานได้ดีเป็นอันดับ 1 ในแง่ของการจัดการสุขภาพและความพร้อมรับมือกับความเสี่ยง ส่วนอันดับ 2 ตกเป็นของนิวซีแลนด์ ขณะที่ออสเตรเลียตามมาติด ๆ ในอันดับ 3 นอกจากนั้นยังมีสี่ประเทศในยุโรปที่ติดท็อป 10 ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ ในอันดับ 4, ออสเตรีย ในอันดับ 5, อิตาลี ในอันดับ 9 และสหราชอาณาจักร ในอันดับ 10

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการรั้งอันดับ 6 โดยตามหลังออสเตรียมาติด ๆ อีกทั้งยังเหนือกว่าสิงคโปร์ที่คว้าอันดับ 7 และฮ่องกงที่คว้าอันดับ 8 ส่วนตุรกีและไอร์แลนด์รั้งอันดับ 11 ร่วม ในขณะที่สหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะเป็นประเทศทรงอิทธิพลที่สุดในโลก และหนึ่งในประเทศที่มีรายจ่ายด้านสุขภาพต่อ GDP คิดเป็นสัดส่วนสูงสุด กลับอยู่แค่อันดับ 16 จากทั้งหมด 31 ประเทศที่มีโปรแกรมการลงทุนเพื่อขอสัญชาติ

Dr. Parag Khanna หุ้นส่วนผู้จัดการของ FutureMap กล่าวว่า ประเทศต่าง ๆ ควรเรียนรู้จากสถานการณ์โควิดและยกระดับความมั่นคงด้านสุขภาพ พร้อมกับปฏิรูปในด้านอื่น ๆ เพื่อดึงดูดนักลงทุนระลอกใหม่ “โปรแกรมการลงทุนเพื่อขอสัญชาติจะมีตัวเลือกมากขึ้น โดยหลายประเทศปรับเปลี่ยนนโยบายวีซ่าอย่างชาญฉลาดในช่วงที่เกิดโรคระบาด ด้วยการจัดประเภทนักท่องเที่ยวให้เป็น nomads และจาก nomads เป็นนักลงทุนทางการเงิน และจากนักลงทุนทางการเงินเป็นผู้พำนักในที่สุด”

สามารถดูรายงานการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพของโปรแกรมการลงทุนเพื่อขอสัญชาติฉบับเต็มได้ที่ https://www.henleyglobal.com/publications/investment-migration-programs-health-risk-assessment