Home แคทตาล๊อค ทั่วไป CGTN: การศึกษาคือปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการต่อต้านการคอร์รัปชันในจีน

CGTN: การศึกษาคือปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการต่อต้านการคอร์รัปชันในจีน

300
0

จีนประสบความสำเร็จอย่างมากในการต่อต้านการคอร์รัปชัน นับตั้งแต่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 18 เมื่อปี 2555 โดยมีการใช้มาตรการมากมายเพื่อสร้างความมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะ “ไม่สามารถ ไม่ต้องการ และไม่กล้าคอร์รัปชัน”

นอกจากการลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่คอร์รัปชันและวางระบบป้องกันการคอร์รัปชันแล้ว จีนยังเน้นย้ำเป็นพิเศษถึงบทบาทของการศึกษาในการขับเคลื่อนการต่อต้านการคอร์รัปชัน

“เพื่อปกครองพรรคอย่างทั่วถึงด้วยระเบียบวินัยที่เข้มงวด เราไม่เพียงต้องให้ความสำคัญกับการลงโทษอย่างมีมาตรฐานเท่านั้น แต่ยังต้องรักษาระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัดด้วย” ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน กล่าวในการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบวินัยแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 18 ครั้งที่ 6 เมื่อเดือนมกราคม 2559

“ที่สำคัญกว่านั้น เราต้องนำทางให้ทุกคนทำดีมากขึ้น และให้ความสำคัญอย่างเต็มที่กับบทบาทของอุดมคติ ความเชื่อ และศีลธรรม” นายสี จิ้นผิง กล่าวเสริม

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีจีนยังอ้างถึงบทกวีของกงจื่อเจิ้น นักคิดชาวจีน (พ.ศ. 2335-2384) เพื่อตอกย้ำว่า “หากท่านไม่สามารถเอาชนะตนเองได้ ท่านจะพ่ายแพ้ให้แก่ตนเอง และจะไม่บรรลุผลสำเร็จอันใด”

ความปรารถนาตั้งแต่แรกเริ่ม

เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนให้สามารถเอาชนะตนเองได้ และทำให้ “ไม่ต้องการคอร์รัปชัน” ผู้นำพรรคได้ย้ำเตือนให้ทุกคนยึดมั่นในความปรารถนาตั้งแต่แรกเริ่มของพรรคและพันธกิจของการก่อตั้งพรรค นั่นคือ การสร้างความสุขให้กับประชาชนชาวจีนและฟื้นฟูประเทศชาติ

เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 จีนได้จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้ทั่วประเทศในหัวข้อ “ยึดมั่นในพันธกิจของการก่อตั้งพรรค” เพื่อตอกย้ำข้อความดังกล่าวในหมู่สมาชิกพรรค 90 ล้านคนทั่วประเทศ

อาเลสซันโดร เตย์เซย์รา นักเศรษฐศาสตร์ชาวบราซิลและศาสตราจารย์ด้านนโยบายสาธารณะจากมหาวิทยาลัยชิงหัว ได้เน้นย้ำความสำคัญของการศึกษาในการต่อต้านการคอร์รัปชัน ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CGTN เมื่อไม่นานมานี้

เขากล่าวว่า การลงโทษและการป้องปรามยังไม่เพียงพอที่จะป้องกันการคอร์รัปชัน “ผมคิดว่าเราต้องรวมกระบวนการศึกษาเข้าไปด้วย เราต้องให้การศึกษากับคนในสังคม

“ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่จีนกำลังพยายามทำอยู่ ด้วยการให้ความรู้เรื่องศีลธรรม ไม่ใช่แค่ในหมู่เจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงประชาชนทุกคน” เขากล่าวเสริม

ยกระดับความตระหนักรู้ของสาธารณชน

นับตั้งแต่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 18 ผู้นำพรรคก็ได้เน้นย้ำแนวคิดต่าง ๆ เกี่ยวกับการต่อต้านการคอร์รัปชัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาที่ฝังรากลึกและสร้างฉันทามติทางสังคมเพื่อต่อต้านการคอร์รัปชัน

“ช่างเหล็กที่ดีจึงจะสามารถตีเหล็กให้ออกมาดีได้” นายสี จิ้นผิง อ้างภาษิตอันโด่งดังเพื่ออธิบายความสำคัญของการสร้างพรรค ในระหว่างการพบสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2555 หลังจากได้รับเลือกเป็นเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน นั่นหมายความว่า เราต้องทำตัวเองให้มีเกียรติจึงจะได้รับเกียรติจากผู้อื่น ภาษิตนี้จึงกลายเป็นสโลแกนที่กระตุ้นเตือนให้เจ้าหน้าที่พรรคทำตัวเองให้ขาวสะอาด

แนวคิดต่อต้านการคอร์รัปชันอื่น ๆ ประกอบด้วย การจัดการกับ “ความเสื่อม 4 รูปแบบ” ได้แก่ รูปแบบนิยม (formalism) อำมาตย์นิยม (bureaucratism) สุขนิยม (hedonism) และความฟุ้งเฟ้อ (extravagance), การดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อยกระดับความประพฤติของพรรคและเจ้าหน้าที่รัฐ (รู้จักกันในชื่อ “กฎ 8 จุด” ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน), การจัดการ “เสือ” (เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่คอร์รัปชัน) และ “แมลงวัน” (เจ้าหน้าที่ระดับล่างที่คอร์รัปชัน) พร้อมกัน และการไม่ทนต่อการคอร์รัปชันทุกรูปแบบ

แนวคิดเหล่านี้ รวมถึงการที่สื่อรายงานการสืบสวนคดีคอร์รัปชัน ช่วยให้สาธารณชนตระหนักถึงปัญหานี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก

กลยุทธ์สามทาง

การศึกษาเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์สามทางในการต่อต้านการคอร์รัปชัน ร่วมกับการลงโทษอย่างจริงจังและการวางระบบ

ในปี 2563 การตรวจตราและตรวจสอบวินัยทั่วประเทศส่งผลให้ค้นพบการคอร์รัปชันราว 618,000 คดี นำไปสู่การลงโทษผู้กระทำผิด 604,000 คน จากการรายงานของหน่วยงานต่อต้านการติดสินบนของจีน

นอกจากนี้ จีนยังยกระดับการวางระบบต่อต้านการคอร์รัปชันเพื่อ “จำกัดการใช้อำนาจในองค์กร”

ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของจีนคือการปฏิรูประบบตรวจสอบระดับชาติ โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบในระดับชาติ มณฑล เมือง และอำเภอ ซึ่งคณะกรรมาธิการมีอำนาจในการตรวจสอบทุกคนที่ทำงานในภาครัฐ รวมทั้งผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนและผู้ที่ไม่ได้ทำงานในรัฐบาล

ศาสตราจารย์เตย์เซย์รา กล่าวว่า ความพยายามทั้งหมดนี้ส่งผลให้จีนเอาชนะการคอร์รัปชันได้อย่างราบคาบ “มาตรการเพิ่มเติมด้านการศึกษา การวิจัยธรรมชาติของการคอร์รัปชัน รวมถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ” กำลังค่อย ๆ ทำให้จีนกลายเป็น “ประเทศผู้นำ” ในการต่อต้านการคอร์รัปชัน

https://news.cgtn.com/news/2021-06-03/Education-a-key-factor-behind-China-s-anti-corruption-drive-10LyjtKLuy4/index.html

ลิงก์: https://www.youtube.com/watch?v=oIEnpW410rE