Home แคทตาล๊อค สุขภาพ ตรวจการติดเชื้อราดำตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อรับมือโควิด-19

ตรวจการติดเชื้อราดำตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อรับมือโควิด-19

119
0
Fapon Biotech calls for cooperation with academic and industry partners in developing mucormycosis diagnostic tests to ease the challenge by sharing the abilities of upstream raw material development platforms and downstream reagent application platforms.

การติดเชื้อมิวคอร์ไมโคซิส (Mucormycosis) หรือที่รู้จักในชื่อเชื้อราดำ เป็นการติดเชื้อที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงทั่วอินเดียในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จนได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยในช่วงนี้ ยอดผู้ติดเชื้อมิวคอร์ไมโคซิสในอินเดียอยู่ที่กว่า 57,150 รายแล้ว และมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 54% และนอกเหนือจากการที่อินเดียมีผู้ป่วยโรคเบาหวานค่อนข้างสูงแล้ว ประเทศอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 (ปากีสถาน รัสเซีย เนปาล ชิลี บราซิล เป็นต้น) ก็เผชิญกับปัญหาเดียวกันนี้ด้วย พื้นที่ที่มีผู้ป่วยโรคเบาหวานจำนวนมากและมีอัตราการติดเชื้อโควิด-19 สูง ควรตื่นตัวอยู่เสมอ

อย่างไรก็ดี การติดเชื้อมิวคอร์ไมโคซิสมักได้รับการวินิจฉัยช้าเกินไป ขณะที่โรคโควิด-19 ทำให้ระบบสุขภาพต้องแบกรับภาระหนักยืดเยื้อจนทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก โดยในฐานะบริษัทที่มุ่งวิจัยและมีบทบาทสำคัญในการจัดการกับโรคติดต่อสำคัญของโลก ด้วยพันธกิจในการวินิจฉัยโรคได้เร็วกว่า ถูกต้องแม่นยำกว่า สะดวกสบายกว่า และราคาเอื้อมถึงมากยิ่งขึ้นFapon Biotech Inc. (Fapon Biotech) จึงขอเรียกร้องให้มีการร่วมมือกับพันธมิตรในแวดวงวิชาการและภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมพัฒนาชุดวินิจฉัยการติดเชื้อมิวคอร์ไมโคซิสที่จะเข้ามาลดปัญหาท้าทาย ด้วยการแบ่งปันขีดความสามารถของแพลตฟอร์มการพัฒนาวัตถุดิบต้นน้ำและแพลตฟอร์มการใช้ตัวทำปฏิกิริยาระดับปลายน้ำ

Fapon Biotech เป็นซัพพลายเออร์วัตถุดิบตัวทำปฏิกิริยาโควิด-19 สำคัญรายหนึ่ง ด้วยประสบการณ์อันเป็นที่ประจักษ์ในการช่วยให้พันธมิตรเปิดตัวสารทำปฏิกิริยาโควิด-19 ที่ได้รับการรับรองได้ในเวลาอันสั้น บริษัทมีพันธมิตร IVD กว่า 1000 รายทั่วโลก ด้วยการทำธุรกิจมานานกว่า 10 ปีในอินเดีย แพลตฟอร์มเทคโนโลยีของบริษัทสอดรับกับกระบวนการวิจัยและพัฒนาของพันธมิตรได้อย่างง่ายดาย และให้การสนับสนุนตั้งแต่การค้นคว้าตัวบ่งชี้ทางชีวภาพไปจนถึงการวางจำหน่าย Fapon Biotech มีแพลตฟอร์มการใช้งานหลากหลาย (Colloidal Gold/Immunofluorescence/ELISA/CLIA/Latex-Enhanced Immunoturbidimetry/PCR/อื่น ๆ) ทำให้ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพดำเนินการพัฒนาการใช้งานเสร็จสิ้นได้อย่างรวดเร็ว สำหรับพันธมิตรที่เผชิญกับความท้าทายในการผลิตนั้น ก็มีบริการ OEM และบริการรับจ้างผลิตด้วยกำลังการผลิตแตะหลักหลายร้อยกรัมต่อแบตช์ด้วย ความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งกับห้องปฏิบัติการและผู้ผลิต IVD ในอินเดียจึงทำให้ความร่วมมือกับ Fapon Biotech นำไปสู่การเข้าถึงทรัพยากรและโอกาสทางการค้าเพิ่มเติมได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวอย่างทางคลินิกสำหรับการวิจัยและตรวจสอบผลิตภัณฑ์ การนำเทคโนโลยีไปใช้ การเปิดตัวและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ และอื่น ๆ

เมื่อไวรัสยังคงกลายพันธุ์และก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาจนทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลง เช่น การติดเชื้อมิวคอร์ไมโคซิส การตอบสนองอย่างรวดเร็วผ่านความร่วมมือระดับโลกจะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพื้นที่ที่ระบบสุขภาพแบกรับภาระมากเกินไป Fapon Biotech มีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าในการวินิจฉัยโรคโควิด-19 ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร IVD ทั่วโลก

เกี่ยวกับ Fapon Biotech

Fapon Biotech ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 โดยดำเนินธุรกิจด้วยพันธกิจในการ “วินิจฉัยโรคได้เร็วกว่า ถูกต้องแม่นยำกว่า สะดวกสบายกว่า และราคาเอื้อมถึงมากยิ่งขึ้น” บริษัทให้ความสำคัญกับความต้องการความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีชีวภาพในอนาคต และนำเสนอวัตถุดิบตัวทำปฏิกิริยา IVD สมรรถนะสูงให้แก่บริษัทด้านการวินิจฉัยทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นแอนติเจน แอนติบอดี และเอ็นไซม์ ไปจนถึงโซลูชันแบบครบวงจรด้วยบริการอุปกรณ์เครื่องมือและตัวทำปฏิกิริยา

รูปภาพ – https://mma.prnewswire.com/media/1537054/Fapon_Biotech.jpg
คำบรรยายภาพ – Fapon Biotech ขอเรียกร้องให้มีการร่วมมือกับพันธมิตรในแวดวงวิชาการและภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมพัฒนาชุดวินิจฉัยการติดเชื้อมิวคอร์ไมโคซิสที่จะเข้ามาลดปัญหาท้าทาย ด้วยการแบ่งปันขีดความสามารถของแพลตฟอร์มการพัฒนาวัตถุดิบต้นน้ำและแพลตฟอร์มการใช้ตัวทำปฏิกิริยาระดับปลายน้ำ