Home แคทตาล๊อค การเงิน-หลักทรัพย์ นักลงทุนกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวทางการเงินมากขึ้นหลังจีนกวาดล้างคริปโต

นักลงทุนกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวทางการเงินมากขึ้นหลังจีนกวาดล้างคริปโต

165
0

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนได้สั่งให้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง รวมถึง Alipay ซึ่งเป็นแอปชำระเงินผ่านมือถือชั้นนำของจีน หยุดการทำธุรกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับบิตคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ นอกจากนั้นยังสั่งให้บรรดาธนาคารและบริษัทรับชำระเงินตรวจสอบบัญชีของลูกค้าอย่างละเอียดเพื่อระบุตัวผู้ที่ทำธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัล และตัดช่องทางการชำระเงินของคนกลุ่มนี้ทันที

การกวาดล้างคริปโตครั้งใหญ่ รวมถึงการเปิดตัวสกุลเงิน “หยวนดิจิทัล” ที่ทำให้ธนาคารกลางจีนสามารถเก็บข้อมูลการทำธุรกรรมของบุคคลและองค์กรได้เกือบเรียลไทม์ ถือเป็นสิ่งที่นักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้ประกอบธุรกิจจำนวนมากวิตกกังวลมาโดยตลอด ทั้งนี้ World Wealth Report ระบุว่า จีนเป็นประเทศที่ผู้มีฐานะมั่งคั่งย้ายออกนอกประเทศมากที่สุด โดยในปี 2562 ปีเดียวมีเศรษฐีจีนย้ายออกนอกประเทศราว 16,000 คน ขณะที่ CS Global Partners บริษัทด้านการลงทุนเพื่อย้ายถิ่นฐานที่ตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร ระบุว่า แนวโน้มดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Micha Emmett ซีอีโอของ CS Global Partners กล่าวว่า ชาวจีนผู้มั่งคั่งตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความเป็นส่วนตัวทางการเงินและสินทรัพย์ของตนเอง “การลงทุนเพื่อขอสัญชาติที่สองยังคงเป็นที่ต้องการอย่างมาก เพราะมอบความปลอดภัยและทางหนีทีไล่ที่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นการรักษาความมั่งคั่งและความเป็นส่วนตัวทางการเงิน สำหรับประเทศจีนซึ่งทำสงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกามานานจนคุกคามเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ขณะที่รัฐบาลก็พยายามเข้าถึงข้อมูลทางการเงินมากขึ้น การขอสัญชาติที่สองจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น”

คุณ Emmett กล่าวเสริมว่า ชาวจีนผู้มั่งคั่งนิยมกระจายความมั่งคั่งและรักษาความเป็นส่วนตัวทางการเงินผ่านโปรแกรมการลงทุนเพื่อขอสัญชาติ Citizenship by Investment (CBI) Programme เช่น โปรแกรม CBI ของสหพันธรัฐเซนต์คิตส์และเนวิส ซึ่งได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเป็น “มาตรฐานระดับแพลทินัม” และได้รับการยกย่องจาก CBI Index ว่ามอบสัญชาติเร็วที่สุดในโลก โดยผู้ที่ผ่านกระบวนการตรวจสอบอันเข้มงวดจะได้รับสัญชาติและพาสปอร์ตภายในสามเดือน

ตั้งแต่บัดนี้จนถึงสิ้นปี 2564 ครอบครัวที่มีสมาชิกไม่เกิน 4 คนสามารถขอสัญชาติเซนต์คิตส์และเนวิสผ่านการลงทุนเพียง 150,000 ดอลลาร์ในกองทุนของรัฐบาล จากเดิมที่ต้องลงทุนถึง 195,000 ดอลลาร์ โดยนักลงทุนจะได้รับสัญชาติ พร้อมสิทธิในการอยู่อาศัย ทำงาน และเรียน นอกจากนั้นยังสามารถเดินทางไปยังเกือบ 160 ประเทศและดินแดนทั่วโลก