Home แคทตาล๊อค การศึกษา ผ่านการแข่งขัน ‘ Green Game Jam for Youth’ ภายใต้หัวข้อการอนุรักษ์ป่าและมหาสมุทร เทนเซ็นต์ ร่วมเป็นพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย...

ผ่านการแข่งขัน ‘ Green Game Jam for Youth’ ภายใต้หัวข้อการอนุรักษ์ป่าและมหาสมุทร เทนเซ็นต์ ร่วมเป็นพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย สนับสนุนให้นักศึกษานำเกมไปเป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทในเครือเทนเซ็นต์ ทั้ง TiMi Studio Group (TiMi) และ Tencent Institute of Games ประกาศจัด ‘Green Game Jam for Youth’ การแข่งขันออนไลน์ระดับนานาชาติที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Green Game Jam ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Playing for the Planet Alliance ที่ริเริ่มและสนับสนุนโดยองค์กรสหประชาขาติ (UN) Green Game Jam for Youth เป็นการแข่งขันสำหรับเยาวชนระดับอุดมศึกษา โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้นักศึกษาได้สร้างสรรค์เกมที่มีแนวคิดหรือองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม โดยการแข่งขันนี้จะเป็นการรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าของวงการวิดีโอเกม สำหรับโทรศัพท์มือถือ คอนโซล และคอมพิวเตอร์ (พีซี) มาแบ่งปันความรู้และเปิดโอกาสให้ผู้เล่นนับพันล้านคนลุกขึ้นมาร่วมกันปกป้องธรรมชาติของเรา นายกฤตธี มโนลีหกุล รองประธาน เทนเซ็นต์ คลาวด์ อินเตอร์เนชันแนล ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เทนเซ็นต์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “Green Game Jam for Youth สะท้อนพันธกิจของเทนเซ็นต์ในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยนำเกมมาเป็นสื่อในการปกป้องโลกของเราตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ขององค์การสหประชาชาติ” “เทนเซ็นต์ มุ่งมั่นที่จะยกระดับเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาสังคม (tech for good) ไปพร้อมกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ยั่งยืน เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับชุมชน การแข่งขันนี้ไม่เพียงจะช่วยกระตุ้นนักพัฒนาเกมรุ่นใหม่ในไทยให้ตระหนักถึงสภาพภูมิอากาศมากยิ่งขึ้น แต่ยังจะช่วยส่งมอบเครื่องมือและองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อสร้างการตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมผ่านเทคโนโลยีต่อไป” นายกฤตธีกล่าวเสริม เกมมีพลังอำนาจที่จะช่วยสร้างการรับรู้ในเรื่องการฟื้นฟูและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับผู้คนกว่าพันล้านคนทั่วโลก และเกมยังสามารถให้ความรู้ในเรื่องวิธีการที่เราจะสามารถกระทำหรือแก้ไขได้ เพื่อให้เราสามารถรับมือกับภัยคุกคามที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้ก้าวไปสู่เป้าหมายนั้น เทนเซ็นต์ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเชิญชวนให้นักศึกษาได้เข้าร่วมการแข่งขันเพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ที่จะช่วยให้โลกน่าอยู่ยิ่งขึ้น สำหรับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรในการแข่งขันนี้ได้แก่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และมหาวิทยาลัยมหิดล จากประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีบันดุงในประเทศอินโดนีเซีย มหาวิทยาลัยแห่งอินโดนีเซีย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเอเชียแปซิฟิกในประเทศมาเลเซีย มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง และสถาบันเทคโนโลยีดิจิเพน (DigiPen) ประเทศสิงคโปร์ และมหาวิทยาลัยอื่นๆ อีกมากมายที่เตรียมเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับเรา ดร. พัฒนพล เหรียญโมรา หัวหน้าภาควิชาเกมและอินเตอร์แอคทีฟมีเดีย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวถึงการร่วมเป็นพันธมิตรกับเทนเซ็นต์ในครั้งนี้ว่า “มหาวิทยาลัยกรุงเทพเล็งเห็นว่าความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดจากอินเตอร์แอคทีฟมีเดียเป็นเทคโนโลยีการสื่อสารที่มีความสำคัญยิ่งในยุคปัจจุบันที่โลกสามารถเชื่อมถึงกันหมด เรามุ่งมั่นพัฒนาบัณฑิตที่มีศักยภาพทั้งทางด้านเทคโนโลยี ศิลปะ และธุรกิจ เพื่อที่พวกเขาจะได้สามารถนำนวัตกรรมต่างๆ ไปแก้ไขปัญหาจริงที่เกิดขึ้นในภาคอุตสาหกรรมได้ เราต้องการให้บัณฑิตได้นำความคิดสร้างสรรค์ที่มีไปใช้ ไม่เฉพาะในเรื่องการส่งมอบสิ่งที่ลูกค้าต้องการ แต่รวมถึงการส่งมอบสิ่งที่จำเป็นต่อประชากรทั่วโลก เช่นการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านการแข่งขันในระดับเยาวชนครั้งนี้” ผศ. ดร. โมเรศ ปรัชญพฤทธิ์ ประธานหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีเกมและเกมมิฟิเคชัน คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมแสดงความเห็นถึงพลังของเกมที่สามารถสร้างสรรค์ความเป็นไปได้อย่างไม่รู้จบว่า “มหาวิทยาลัยมหิดลสนับสนุนให้นักศึกษาได้นำความรู้ทางด้านการออกแบบและทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ไปต่อยอดในการสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อมทางด้านต่างๆ ซึ่งการแข่งขัน Green Game Jam for Youth ถือเป็นช่องทางที่ดีที่จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาของเราได้แสดงฝีมือและศักยภาพ” การแข่งขันระดับเยาวชนนี้ตั้งเป้าไว้ว่าจะมีนักศึกษาจากมากกว่า 300 มหาวิทยาลัย ในประเทศจีน อเมริกาเหนือ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้าร่วมการแข่งขัน โดยเยาวชนผู้เข้าแข่งขันจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาเกมและการใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมในการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการสัมมนาออนไลน์ รวมถึงคอร์สการเรียนรู้จาก Tencent Institute of Games และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเกมอีกมากมาย เยาวชนผู้ชนะจะได้รับรางวัลพร้อมเงินรางวัลดังนี้: รางวัลเหรียญทอง “Gold” จะได้รับเงินรางวัล 10,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ รางวัลเหรียญเงิน “Silver” จะได้รับเงินรางวัล 3,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ รางวัลเหรียญทองแดง “Bronze” จะได้รับเงินรางวัล 1,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ และรางวัลชมเชย “Honorary” จะได้รับเงินรางวัล 500 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ผลงานจากการแข่งขันในครั้งนี้จะถูกนำไปเผยแพร่ในระหว่างการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 26 หรือ COP26 ซึ่งจะจัดขึ้นในเมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์ สหราชอาณาจักร เยาวชนผู้สนใจเข้าร่วมแข่งขันสามารถส่งผลงานได้ทางเว็บไซต์ของ TiMi ที่ https://www.timistudios.com/green-game-jam-for-youth/ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 กรกฎาคมนี้

71
0

CITE DPU เผย 9 สาเหตุหลักก่อให้เกิดความสูญเปล่าต่ออุตสาหกรรมการผลิต แนะฝ่าวิกฤตด้วยการผลิตแบบลีน 4.0 (Lean Manufacturing 4.0) พร้อมชี้หัวใจหลักต้องสร้างพนักงานให้มีแนวคิดแบบลีน4.0
นายสุรธันย์ ปาละพรพิสุทธิ์ ผู้ช่วยรองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ (CITE) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU)  ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการผลิตแบบลีน 4.0 และผู้แต่งหนังสือการผลิตแบบลีน 4.0 กล่าวว่า ปัจจุบันความต้องการของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตามกระแสโลกาภิวัตน์ และตลาดในวันนี้เป็นของลูกค้า คือ อำนาจในการตัดสินใจซื้อเป็นของลูกค้า เนื่องจากอุปทาน(จำนวนสินค้าที่นำออกเสนอขาย) มากกว่าอุปสงค์ (จำนวนซื้อ)      ทำให้ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมการผลิตจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนองค์กรสู่การผลิตแบบลีน 4.0 (Lean Manufacturing 4.0)  เพื่อที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในระดับเฉพาะบุคคลได้ (Mass Customization) โดยคำนึงถึง 4 ปัจจัยหลักพื้นฐาน ได้แก่ คุณภาพ ราคา การส่งมอบสินค้า ในปริมาณ และเวลาที่ลูกค้าต้องการ รวมถึงการบริการก่อนการขาย ระหว่างการขาย และหลังการขาย
ผู้ช่วยรองคณบดี CITE อธิบายว่า การผลิตแบบลีน 4.0 คือ การผลิตที่เกิดความสูญเปล่า (Waste) ในกระบวนการน้อยที่สุด เกิดการไหลของวัตถุดิบ ชิ้นงานระหว่างกระบวนการ และสินค้าสำเร็จรูป รวมถึงข้อมูลอย่างต่อเนื่องภายในและภายนอกองค์กร  ทั้งนี้ สิ่งสำคัญในการจะทำการผลิตแบบลีน 4.0 ต้องเริ่มจากพนักงานในองค์กรต้องมีแนวคิดแบบลีน 4.0 (Lean 4.0 Thinking) เสียก่อน เพราะแนวคิดแบบลีน 4.0 ถือเป็นหัวใจและพื้นฐานที่สำคัญสู่การผลิตแบบลีน 4.0 ต่อไป
สำหรับแนวคิดการผลิตแบบลีน 4.0 ในเรื่องการระบุประเภทของกิจกรรม โดยองค์กรสามารถแบ่งประเภทของกิจกรรมได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้ 1.)  กิจกรรมที่สร้างคุณค่า (Value-Added Activities : VA) คือ กิจกรรมที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของวัตถุดิบ หรือกิจกรรมที่ทำเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เช่น การตัดโลหะ การปั้มขึ้นรูปโลหะ การประกอบรถยนต์ เป็นต้น 2.) กิจกรรมที่ไม่สร้างคุณค่า (Non-Value Added Activities : NVA) คือ กิจกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดมูลค่าในมุมมองของลูกค้า ไม่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งลูกค้าภายในและลูกค้าภายนอก เช่น การรอคอยชิ้นงานระหว่างกระบวนการ การผลิตของเสีย การแก้ไขงาน เป็นต้น
“ในส่วนของกิจกรรมที่ไม่สร้างคุณค่ายังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด  คือ  ชนิดแรกเป็นกิจกรรมที่ไม่สร้างคุณค่าแต่จำเป็นต้องทำ กิจกรรมประเภทนี้ไม่สามารถขจัดทิ้งได้ทั้งหมดแต่องค์กรควรลดให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เช่น การตรวจสอบ การเคลื่อนย้ายชิ้นงานในกระบวนการผลิต
และ ชนิดที่สองเป็น กิจกรรมที่ไม่สร้างคุณค่าและไม่มีความจำเป็นต้องทำ เป็นกิจกรรมที่องค์กรควรพิจารณาขจัดทิ้ง เช่น การผลิตที่มากเกินความจำเป็น การผลิตชิ้นงานเสีย การเคลื่อนไหวร่างกายที่ไม่จำเป็น”
ผู้ช่วยรองคณบดี CITE  กล่าวเพิ่มเติม ว่า กิจกรรมที่ไม่สร้างคุณค่าทั้ง 2 ชนิดดังกล่าว เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมที่เกิดความสูญเปล่าทั้ง 9 ประการ ประกอบด้วย การผลิตที่มากเกินความจำเป็น (Over Production) ของเสียและงานแก้ไข (Defects and Reworks) สินค้าคงคลัง (Inventory) กระบวนการผลิตที่ไม่จำเป็น (Excess Processing) การเคลื่อนไหวร่างกายที่ไม่จำเป็น (Motion) การขนย้าย (Transportation) การรอคอย (Waiting) ความคิดสร้างสรรค์ของพนักงานไม่ถูกนำออกมาใช้ (Non-Utilized Employee) และความสูญเปล่าตัวใหม่ในอุตสาหกรรม 4.0 คือ การลองผิดลองถูก (Trial and Error)  ทั้งนี้ องค์กรต้องระบุประเภทของกิจกรรมให้ได้และแก้ไขให้ตรงจุด พัฒนาสู่องค์กรการผลิตแบบลีน 4.0 จะสามารถฝ่าวิกฤตได้แน่นอน
ผู้ช่วยรองคณบดี CITE  กล่าวในตอนท้ายว่า นี่เป็นเพียงบางส่วนของเนื้อหาการผลิตแบบลีน 4.0 ซึ่งมีอยู่ในการเรียนการสอนในหลักสูตรระดับปริญญาตรี วิศวกรรมการจัดการและโลจิสติกส์ และหลักสูตรปริญญาโท-ปริญญาเอก การจัดการทางวิศวกรรม วิทยาลัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ (CITE) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  ปัจจุบันความต้องการแรงงานด้านการผลิตและโลจิสติกส์มีอัตราสูง โดยข้อมูลจากผลสำรวจจากกลุ่มลูกค้าของแมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย เผย 10 อันดับสายงานที่ตลาดงานต้องการ   อันดับ 1 สายงานขายและการตลาด 23.10%  อันดับ 2 สายงานบัญชีและการเงิน 9.58% อันดับ 3 สายงานขนส่งและงานโลจิสติกส์ 9.50% อันดับ 4 สายงานวิศวกร 8.52% อันดับ 5 สายงานไอที 7.78% อันดับ 6  งานระยะสั้นต่างๆ 6.96% อันดับ 7 สายงานธุรการ 6.80% อันดับ 8 สายงานบริการลูกค้า 5.32% อันดับ 9 สายงานการผลิต 5.24% และอันดับ 10  สายงานบริการทางการแพทย์และสุขภาพ 3.28%
สำหรับผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดของหลักสูตรเพิ่มเติมได้ ที่ https://cite.dpu.ac.th หรือ เบอร์โทรศัพท์ 02-954-7300 ต่อ 594, 498 หรือ 080-440-3821