Home แคทตาล๊อค ธุรกิจ โปรแกรมการลงทุนเพื่อขอสัญชาติของเซนต์คิตส์และเนวิสครองอันดับหนึ่ง

โปรแกรมการลงทุนเพื่อขอสัญชาติของเซนต์คิตส์และเนวิสครองอันดับหนึ่ง

236
0
St Kitts and Nevis’ Citizenship by Investment Programme tops the CBI Index ranking for the first time since the report’s inception.

รายงานประจำปีซึ่งจัดทำโดยนักวิจัยนามว่าเจมส์ แมคเคย์ และเผยแพร่โดยนิตยสาร Professional Wealth Management ในเครือ Financial Times ระบุว่า สหพันธรัฐเซนต์คิตส์และเนวิสมีโปรแกรมการลงทุนเพื่อขอสัญชาติ หรือ Citizenship by Investment (CBI) ที่ดีที่สุดในโลก โดยดัชนี CBI Index ถือเป็นหนึ่งในรายงานเปรียบเทียบโปรแกรม CBI ที่ครอบคลุมและมีความน่าเชื่อถือมากที่สุด

ตั้งแต่เริ่มจัดทำรายงานในปี 2560 นับเป็นครั้งแรกที่โปรแกรม CBI ของเซนต์คิตส์และเนวิสครองอันดับหนึ่ง หลังจากทำคะแนนเต็มใน 5 ปัจจัยชี้วัดที่เรียกว่า “เสาหลัก” ได้แก่ ข้อบังคับเรื่องการเดินทางหรือพำนัก ระยะเวลาในการขอสัญชาติ ความสะดวกในการเดินเรื่อง การสอบทานธุรกิจ และครอบครัว นอกจากนี้ เซนต์คิตส์และเนวิสยังทำคะแนนสูงสุดในด้านข้อบังคับเรื่องการเดินทางหรือพำนัก เพราะไม่มีข้อบังคับเรื่องการเดินทางหรือพำนักสำหรับผู้สมัครโปรแกรม CBI ทั้งก่อนและหลังการสมัคร ขณะเดียวกัน เซนต์คิตส์และเนวิสยังทำคะแนนสูงสุดในด้านระยะเวลาในการขอสัญชาติ โดยเป็นประเทศเดียวที่มีกระบวนการเดินเรื่องที่รวดเร็ว

รายงานระบุว่า “นับเป็นอีกครั้งที่เซนต์คิตส์และเนวิสเป็นผู้นำด้านระยะเวลาในการขอสัญชาติ โดยมีกระบวนการที่เรียกว่า Accelerated Application Process ซึ่งมอบสัญชาติให้แก่ผู้สมัครที่ผ่านการตรวจสอบภายใน 60 วัน และในบางกรณีอาจใช้เวลาเพียง 45 วันเท่านั้น สำหรับผู้สมัครที่ไม่ต้องการจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม การเดินเรื่องตามมาตรฐานก็ใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 3 เดือน”

เซนต์คิตส์และเนวิสยังได้คะแนนเต็มในด้านความสะดวกในการเดินเรื่องและการสอบทานธุรกิจ โดยได้คะแนนสูงสุดด้านการสอบทานธุรกิจห้าปีติดต่อกัน นอกจากนี้ เซนต์คิตส์และเนวิสยังได้คะแนนเต็มในด้านครอบครัว ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาเมื่อปีที่แล้ว หลังจากที่เซนต์คิตส์และเนวิสได้ขยายนิยามของ “ผู้อยู่ในอุปการะ” ให้ครอบคลุมพี่น้องที่มีอายุไม่เกิน 30 ปี ซึ่งยังไม่แต่งงาน ไม่มีลูก และต้องพึ่งพาผู้สมัครรายหลักในด้านการเงิน

นายกรัฐมนตรีทิโมธี แฮร์ริส กล่าวถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า “ในฐานะผู้บุกเบิกโปรแกรม CBI เซนต์คิตส์และเนวิสเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมมาโดยตลอด เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ความสำเร็จของเราสะท้อนผ่านรายงานดังกล่าว”

“โปรแกรม CBI ของเซนต์คิตส์และเนวิสคือหนึ่งในทางเลือกที่มีมาอย่างยาวนานที่สุดในตลาด โดยยืนหยัดท้าทายกาลเวลาและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของนักลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่ผ่านมา” เลส คาห์น ซีอีโอของ CBI Unit กล่าว “การจัดอันดับโปรแกรม CBI ตอกย้ำว่าเพราะเหตุใดนักลงทุนยังคงเลือกประเทศของเรา”

ดัชนี CBI Index ประจำปี 2564 ระบุด้วยว่า เซนต์คิตส์และเนวิสเป็นประเทศแถบแคริบเบียนที่มีจำนวนจุดหมายปลายทางที่เดินทางไปได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าหรือขอวีซ่าเมื่อเดินทางมาถึง (visa on arrival) มากที่สุด โดยพลเมืองสามารถเดินทางไปยังเกือบ 160 จุดหมายปลายทางทั่วโลก และยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อันเป็นผลมาจากความพยายามของมาร์ก แบรนท์ลีย์ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ

ครอบครัวที่มีสมาชิกไม่เกิน 4 คนสามารถขอสัญชาติเซนต์คิตส์และเนวิสผ่านการลงทุนเพียง 150,000 ดอลลาร์สหรัฐในกองทุน Sustainable Growth Fund จากปกติที่ต้องลงทุนถึง 195,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยข้อเสนอพิเศษนี้ประกาศเมื่อปีที่แล้วและได้รับความนิยมอย่างมาก จนต้องขยายเวลาและจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคม 2564

อีเมล: ciuunitskn@gmail.com เว็บไซต์: www.ciu.gov.kn

รูปภาพ – https://mma.prnewswire.com/media/1597315/CS_Global_St_Kitts.jpg