Home แคทตาล๊อค สุขภาพ ยา opaganib ของ RedHill Biopharma แสดงศักยภาพในการลดพังผืดในไตได้อย่างมีนัยสำคัญ

ยา opaganib ของ RedHill Biopharma แสดงศักยภาพในการลดพังผืดในไตได้อย่างมีนัยสำคัญ

40
0
RedHill Biopharma Logo

– ผู้ป่วยโควิด-19 และผู้ที่มีอาการเรื้อรังจากโควิด ( long COVID) มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเกิดความเสียหายต่อไต

– ยา opaganib ช่วยลดพังผืดในไต (kidney fibrosis) ได้อย่างมีนัยสำคัญในแบบจำลองในสิ่งมีชีวิต (in vivo model) ขั้นพรีคลินิก

– พังผืดในไตเป็นการลุกลามของโรคซึ่งเกิดขึ้นในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ( CKD) และสามารถนำไปสู่ภาวะไตวายระยะสุดท้าย

– opaganib เป็นสารที่มีศักยภาพเป็นยาเม็ดแบบให้ทางปากตัวใหม่ในขั้นสุดท้ายของการศึกษาทางคลินิก ซึ่งออกฤทธิ์ควบคู่ในการต้านการอักเสบและต้านไวรัส และแสดงศักยภาพอย่างแข็งแกร่งในการยับยั้งเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ที่น่ากังวล รวมถึงสายพันธุ์เดลตา

– การศึกษาทดลองระดับโลกระยะ 2/3 สำหรับยาเม็ด opaganib แบบให้ทางปากโดยใช้ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโควิด-19 ในโรงพยาบาลจำนวน 475 คน ได้ดำเนินขั้นการรักษาและการติดตามอาการเสร็จสิ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลลัพธ์โดยรวม

RedHill Biopharma Ltd. (Nasdaq: RDHL) (“RedHill” หรือ “บริษัท”) บริษัทชีวเภสัชภัณฑ์เฉพาะทาง ได้ประกาศผลลัพธ์ของการศึกษาวิจัยใหม่ในขั้นพรีคลินิก ซึ่งแสดงสมรรถนะของยา opaganib (ABC294640)[1] ในการลดพังผืดในไตได้อย่างมีนัยสำคัญ ในแบบจำลองการเกิดพังผืดแทรกในไตที่เกิดจากภาวะอุดกั้นท่อไตหนึ่งข้าง ทั้งนี้ รายงานต่าง ๆ ชี้ว่าผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลกว่า 20% มีภาวะไตวายเฉียบพลัน[2]

พังผืดในไตมักนำไปสู่การสูญเสียการทำงานของเนื้อเยื่อและภาวะล้มเหลวของอวัยวะ โดยมีอัตราการเสียชีวิตที่สูง จึงมีความต้องการโมเลกุลขนาดเล็กที่สามารถควบคุมรักษาพังผืด จุดมุ่งหมายของการศึกษาสมรรถนะของยา opaganib ในสิ่งมีชีวิตในครั้งนี้คือเพื่อพิสูจน์ผลของยา opaganib ในการรักษาไตอักเสบและพังผืดในไตในแบบจำลองภาวะอุดกั้นท่อไตหนึ่งข้าง (UUO) ซึ่งเป็นแบบจำลองการเกิดพังผืดในไตที่มีการจำลองลักษณะอย่างชัดเจน ผลจากการศึกษาชี้ว่ายา opaganib ช่วยลดพังผืดในไตได้อย่างมีนัยสำคัญ

“อาการขั้นสุดท้ายที่เกิดขึ้นบ่อยในโรคไตเรื้อรังคือพังผืดในไต ซึ่งเป็นการก่อตัวของเนื้อเยื่อแผลเป็นภายใน ซึ่งสามารถก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงและนำไปสู่ภาวะไตวายระยะสุดท้าย ข้อมูลใหม่ในขั้นพรีคลินิกนี้ ซึ่งบ่งชี้สมรรถนะของ opaganib ในการลดพังผืดในไตพร้อมทั้งคุณสมบัติต้านการอักเสบทำให้ opaganib มีศักยภาพในการเป็นยารักษาใหม่สำหรับผู้ป่วยหลายล้านคนที่เป็นโรคไตเรื้อรัง รวมถึงผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีภาวะไตวายเฉียบพลัน (AKI)ซึ่งมีความเสี่ยงเกิดพังผืดในไต” ดร. Reza Fathi รองประธานอาวุโสฝ่ายการวิจัยและพัฒนาของ RedHill กล่าว “ภาวะไตวายและการพัฒนาไปสู่พังผืดในไตเป็นประเด็นสำคัญในโรคโควิด-19 ระยะเฉียบพลันและในอาการเรื้อรังจากโควิด งานวิจัยในช่วงที่ผ่านมาชี้ว่าหลังภาวะไตวายเฉียบพลัน ซึ่งเราทราบว่าอาจเกิด
ขึ้นจากการติดเชื้อโควิด-19 ไตมักจะไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้อย่างที่ควร และชี้ว่าส่วนหนึ่งของกระบวนการนี้คือ sphingosine kinase-2 (SK2) ซึ่ง opaganib สามารถยับยั้งได้ ข้อค้นพบเหล่านี้สนับสนุนการศึกษาอื่น ๆ ที่เรากำลังดำเนินการกับ opaganib ในการรักษาโควิด-19 หลังจากได้รับข้อมูลที่จะตามมาเพิ่มเติม เราคาดว่าจะได้ทราบมากขึ้นเกี่ยวกับผลต่อไตของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ได้รับการรักษาด้วย opaganib ในการศึกษาระดับโลกระยะที่ 2/3 ของเรา”

พังผืดในไต ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยในโรคไตเรื้อรัง (CKD) คือการสะสมที่มากเกินไปของสารเคลือบเซลล์ (ECM) และเนื้อเยื่อพังผืด พังผืดในไตอาจนำไปสู่ภาวะไตวายระยะสุดท้าย ซึ่งเป็นอาการผิดปกติร้ายแรงที่ต้องรักษาด้วยการฟอกไตหรือการปลูกถ่ายไต โรคไตเรื้อรังเป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยพบได้ใน15% ของผู้ใหญ่ในสหรัฐ[3]

งานวิจัยในช่วงที่ผ่านมาพบว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ SARS-CoV-2 มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเกิดความเสียหายต่อไต รวมถึงโรคไตเรื้อรังและโรคไตระยะสุดท้าย ซึ่งส่งผลต่อการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตในผู้ป่วยกลุ่มนี้ ข้อค้นพบชี้ว่านอกจากเป็นโรคไตระยะเฉียบพลันแล้ว ผู้ป่วยที่หายจากโควิด-19 รวมถึงผู้ที่ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเกิดโรคไตที่ร้ายแรงอย่างเช่นโรคไตเรื้อรัง นอกจากนี้ ข้อมูลชี้ว่าผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ราว 10% อาจมีอาการเรื้อรังจากโควิด (ผลตามหลังระยะเฉียบพลัน หรือ post-acute sequalae) ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดภาวะเฉียบ
พลันที่เกี่ยวข้องกับไต[4]

Opaganib เป็นยาแบบรับประทานตัวใหม่ที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก ซึ่งอยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาสำหรับการรักษาโรคโควิด-19 Opaganib เป็นยาต้านไวรัสควบคู่กับต้านการอักเสบแบบมุ่งเป้าเซลล์เจ้าบ้านที่ออกฤทธิ์ต่อเชื้อโควิด-19 ทั้งต้นเหตุและปลายเหตุ โดยเชื่อว่าออกฤทธิ์ต้านไวรัสด้วยการยับยั้ง sphingosine kinase-2 (SK2) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ผลิตขึ้นในเซลล์มนุษย์และถูกไวรัสดึงไปใช้เพื่อเพิ่มจำนวน การศึกษาระยะที่ 2/3 สำหรับการใช้ยา Opaganib แบบรับประทานในผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจำนวน 475 คนทั่วโลก ได้ดำเนินการรักษาและระยะติดตามการรักษาเสร็จสิ้น แล้ว และคาดว่าจะทราบผลการศึกษาที่สมบูรณ์ในเร็ว ๆ นี้

ผลการประเมินอัตราการใส่ท่อและอัตราการเสียชีวิตแบบ blinded blended จากการวิจัยระยะ 2/3 นั้นมีทิศทางที่ดีอย่างยิ่ง เมื่อเทียบกับอัตราการเสียชีวิตจากการวิจัยแพลตฟอร์มใหญ่ เช่น RECOVERY และการวิจัยอื่น ๆ ในผู้ป่วยที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน[5] นอกจากนี้ การวิจัยยา opaganib ระยะ 2/3 ยังผ่านการประเมินจากคณะกรรมการตรวจสอบความปลอดภัยของข้อมูลมาแล้ว 4 ครั้ง ซึ่งรวมถึงการประเมินความไร้ประโยชน์ และขยายฐานข้อมูลความปลอดภัยของยา opaganib ครอบคลุมผู้ป่วยและอาสาสมัครที่มีสุขภาพแข็งแรงกว่า 460 ราย ก่อนหน้านี้ Opaganib มีข้อมูลออกมาในทางที่ดีจากการวิจัยระยะ 2 ในสหรัฐกับผู้ป่วยโควิด-19 อาการรุนแรงซึ่งเพิ่งเผยแพร่ลงใน medRxiv นอกจากนี้ อิสราเอลและสวิตเซอร์แลนด์ยังมีการส่งเสริมให้ใช้ยา opaganib รักษาผู้ป่วยที่ไม่ได้เข้าร่วมวิจัยด้วย

เกี่ยวกับ Opaganib (ABC294640)

opaganib สารเคมีชนิดใหม่ เป็นยายับยั้งประเภท selective inhibitor กลุ่ม sphingosine kinase 2 (SK2) แบบให้ทางปากตัวใหม่ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวมีกลไกการออกฤทธิ์สองแบบคือต้านการอักเสบและต้านไวรัส ซึ่งมุ่งเป้าองค์ประกอบของเซลล์เจ้าบ้าน และคาดว่ามีศักยภาพในการลดการดื้อยาจากการกลายพันธุ์ของไวรัส โดยปรากฏให้เห็นฤทธิ์ยับยั้งอย่างแข็งแกร่งมาแล้วกับไวรัสสายพันธุ์น่ากังวล รวมถึงสายพันธุ์เดลตา Opaganib ยังมีฤทธิ์ต้านมะเร็งและปรากฏให้เห็นผลลัพธ์ดีในขั้นพรีคลินิกเกี่ยวกับพังผืดในไต ทั้งยังมีศักยภาพพุ่งเป้าไปที่อาการทางเนื้องอก ไวรัส การอักเสบ และกระเพาะและลำไส้ด้วย

Opaganib อยู่ระหว่างการประเมินในการศึกษาวิจัยระดับโลกระยะที่ 2/3 สำหรับการรักษาโรคปอดบวมจากโควิด-19 ซึ่งเสร็จสิ้นกระบวนการรักษาและติดตามผลทั้งหมดแล้ว โดยคาดว่าจะได้ผลการวิจัยเบื้องต้นเร็ว ๆ นี้ ก่อนหน้านี้ Opaganib มีข้อมูลออกมาในทางที่ดีจากการวิจัยระยะ 2 ในสหรัฐกับผู้ป่วยโควิด-19 อาการรุนแรง ซึ่งเพิ่งเผยแพร่ลงใน medRxiv

Opaganib ยังได้รับสถานะ Orphan Drug จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) สำหรับการรักษามะเร็งท่อน้ำดี และอยู่ระหว่างการประเมินในการศึกษาวิจัยระยะ 2a เกี่ยวกับการรักษามะเร็งท่อน้ำดีระยะลุกลามและการศึกษาระยะที่ 2 เกี่ยวกับการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก และเมื่อประเมินข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบบางส่วนเบื้องต้น การวิจัยที่กำลังดำเนินอยู่กับมะเร็งต่อมลูกหมากนั้นบรรลุผลลัพธ์หลักแล้ว โดยกำลังอยู่ระหว่างการรับผู้ป่วยร่วมการทดลอง รวมถึงรักษาและวิเคราะห์ผลลัพธ์

Opaganib ได้แสดงคุณสมบัติการต้านไวรัสที่แข็งแกร่งต่อ SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคโควิด-19 ด้วยการยับยั้งการจำลองตัวเองของไวรัสอย่างสิ้นเชิงในตัวแบบทดลองของเนื้อปอดและหลอดลมของมนุษย์ นอกจากนี้ การศึกษาวิจัยในร่างกายมนุษย์ขั้นก่อนคลินิกยังบ่งชี้ว่า opaganib มีศักยภาพในการบรรเทาอาการอักเสบของปอด เช่น โรคปอดบวม และลดอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza) และทำให้อาการบาดเจ็บในปอดจาก Pseudomonas aeruginosa ดีขึ้นด้วยการลดระดับของ IL-6 และ TNF-alpha ในตัวอย่าง bronchoalveolar lavage fluid จากปอดและถุงลมของผู้ป่วย[6]

การศึกษายา opaganib ที่กำลังดำเนินอยู่มีการลงทะเบียนทาง www.ClinicalTrials.gov บริการเว็บไซต์ของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐ ซึ่งทำหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการศึกษาวิจัยเชิงคลินิกที่ได้รับการสนับสนุนโดยภาครัฐและเอกชน

เกี่ยวกับ RedHill Biopharma

RedHill Biopharma Ltd. (Nasdaq: RDHL) เป็นบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์เฉพาะทางที่มุ่งเน้นโรคระบบทางเดินอาหารและการติดเชื้อ RedHill สนับสนุนยาระบบทางเดินอาหาร Movantik(R) สำหรับอาการท้องผูกจากสารโอปิออยด์ในผู้ใหญ่, Talicia(R) สำหรับการรักษาการติดเชื้อ Helicobacter pylori (H. pylori) ในผู้ใหญ่ และ Aemcolo(R) สำหรับการรักษาโรคท้องเสียในผู้ใหญ่ โครงการพัฒนาเชิงคลินิกขั้นสุดท้ายที่สำคัญของ RedHill ประกอบด้วย (i) RHB-204 อยู่ระหว่างการศึกษาระยะที่ 3 สำหรับการติดเชื้อมัยโคแบคทีเรียที่ไม่ใช่เชื้อวัณโรค (pulmonary nontuberculous mycobacteria – NTM) (ii) opaganib (ABC294640) ยายับยั้งประเภท selective inhibitor กลุ่ม sphingosine kinase 2 (SK2) ที่มุ่งเป้าหลายข้อบ่งชี้ของโรค โดยอยู่ระหว่างการศึกษาระยะที่ 2/3 สำหรับการรักษาโควิด-19 และการศึกษาระยะที่ 2 สำหรับการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งท่อน้ำดี (iii) RHB-107 (upamostat) สารยับยั้ง
serine protease แบบให้ทางปาก ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาระยะ 2/3 ในสหรัฐสำหรับโรคโควิด-19 แบบแสดงอาการและมุ่งเป้าโรคมะเร็งและโรคระบบทางเดินอาหารอักเสบชนิดอื่น ๆ (iv) RHB-104 ซึ่งมีผลลัพธ์เชิงบวกจากการศึกษาระยะที่ 3 สำหรับโรคโครห์น (v) RHB-102 ซึ่งมีผลลัพธ์เชิงบวกจากการศึกษาระยะที่ 3สำหรับโรคกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กอักเสบเฉียบพลัน และจากการศึกษาระยะที่ 2 สำหรับโรคลำไส้แปรปรวน IBS-D และ (vi) RHB-106 ยาสำหรับการเตรียมลำไส้ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทได้ที่ www.redhillbio.com / https://twitter.com/RedHillBio

หมายเหตุ: ข่าวประชาสัมพันธ์นี้เป็นฉบับแปลของข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับทางการของบริษัทซึ่งเป็นภาษาอังกฤษโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความสะดวก ดูข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับภาษาอังกฤษ รวมถึงแถลงการณ์เกี่ยวกับข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตได้ที่ https://ir.redhillbio.com/press-releases

ข้อมูลติดต่อบริษัท:                                   ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อ:

Adi Frish                                       สหรัฐ:Bryan Gibbs, Finn Partners

Chief Corporate & Business Development Officer  +1 212 529 2236

RedHill Biopharma                               bryan.gibbs@finnpartners.com

+972-54-6543-112                                สหราชอาณาจักร:Amber Fennell, Consilium

adi@redhillbio.com                              +44 (0) 7739 658 783

fennell@consilium-comms.com

[1] Opaganib เป็นยาใหม่ที่อยู่ระหว่างการศึกษาวิจัย ยังไม่มีการจำหน่ายในเชิงการค้า

[2] Nadim, M.K., Forni, L.G., Mehta, R.L. et al. COVID-19-associated acute kidney injury: consensus report of the 25th Acute Disease Quality Initiative (ADQI) Workgroup. Nat Rev Nephrol 16, 747-764 (2020).

[3] Centers for Disease Control and Prevention – Chronic Kidney Disease in the United States, 2021

[4] Bowe B, Xie Y, Xu E, Al-Aly Z, Kidney Outcomes in Long COVID. JASN Sep 2021

[5] ตามข้อมูลเบื้องต้นจากการศึกษาผู้ป่วย 463 รายแบบ blinded blended บริษัทไม่ได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบแบบ head-to-head ในผู้ป่วยกลุ่มเดียวกันการเปรียบเทียบทางทฤษฎีระหว่างโครงการวิจัยยา opaganib ระยะ 2/3 ทั่วโลก กับอัตราการเสียชีวิตจากการวิจัยแพลตฟอร์มใหญ่ เช่น RECOVERY และการวิจัยอื่น ๆ ในผู้ป่วยที่มีลักษณะใกล้เคียงกันนั้น ทำหน้าที่เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบและไม่ควรจัดว่าเป็นการเปรียบเทียบโดยตรงและ/หรือนำไปใช้ได้เสมือนว่าบริษัทได้เปรียบเทียบแบบ head-to-head จริง ๆ

[6] Xia C. et al. Transient inhibition of sphingosine kinases confers protection to influenza A virus infected mice. Antiviral Res. 2018 Oct; 158:171-177. Ebenezer DL et al. Pseudomonas aeruginosa stimulates nuclear sphingosine-1-phosphate generation and epigenetic regulation of lung inflammatory injury. Thorax. 2019 Jun;74(6):579-591.

โลโก้ – https://mma.prnewswire.com/media/1334141/RedHill_Biopharma_Logo.jpg